โรคเหงือกจากแบคทีเรีย

โรคเหงือกจากแบคทีเรีย

อาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้

คุณทราบกันไหมคะว่า โรคเหงือกจากแบคทีเรียบางครั้งอาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้ วันนี้ A-Dent Dental Clinic ได้รวบรวมสาระน่ารู้มาฝากกันค่ะ รู้หรือไม่ว่าอันตรายจากโรคเหงือก ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจลุกลามกลายเป็นโรคอันตรายอย่างมะเร็งเนื้อเยื่อได้เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และควรดูแลใส่ใจสุขภาพเหงือกและฟันให้ดีนะคะ

โดยกรดไขมันเป็นต้นเหตุของการเติบโตของบาดแผล ในขั้นต้นของการศึกษาได้วิจัยแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Porphyromonas gingivalis และ Fusobacterium nucleatum ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของโรคเหงือก ซึ่งเราจะพบแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดนี้ในน้ำลายของผู้ป่วยโรคปริทันต์มากที่สุดนั่นเอง พบมากในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV โรคมะเร็งคาโปซียิ่งส่งผลกระทบมาก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ ทำให้โรคมะเร็งคาโปซีสามารถลุกลามไปในบาดแผลในปากและกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายได้ในที่สุด

โรคเหงือกอันตรายกว่าที่เราคิด

ซึ่งแบคทีเรียประมาณ 50 พันล้านตัวอาศัยอยู่ในช่องปากของเรา ตัวที่ร้ายที่สุดคือ Streptocci มักชอบการสะสมทับถมกันแน่นอยู่บนพื้นผิวของฟัน และมีชีวิตอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำตาลเป็นหลัก ทำให้เกิดกรดอินทรีย์ซึ่งสามารถทำละลายชั้นป้องกันของเคลือบฟันที่ทั้งแข็งและหนาถึงประมาณ 2.5 มม. ได้ เมื่อเชื้อโรคสามารถแทรกซึมเข้าไปถึงเนื้อฟันได้ ก็จะสามารถทำให้เกิดโพรงในฟันได้ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาเนื้อเยื่อในโพรงฟันก็จะติดเชื้อและผลลัพธ์ก็คือความเจ็บปวดที่ต้องเข้ารับการรักษา ซึ่งอาจต้องใช้เวลา แถมยังต้องเสียเงินอีกด้วย

หลีกเลี่ยงปริมาณน้ำตาลที่สูง

แบคทีเรียมักก่อตัวอยู่ในซอกระหว่างพื้นผิวบดเคี้ยวระหว่างฟันและระหว่างแนวเหงือกรอบๆ ฟัน หรือในอีกแง่หนึ่งคือ ในที่ๆ กำจัดพวกมันออกได้ยาก เนื่องจากแบคทีเรียสามารถเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นกรด ฟันผุจึงถูกเสริมกำลังได้ด้วยน้ำตาล อาหาร และของกินเล่นที่ประกอบด้วยน้ำตาล (รวมถึงฟรุคโตสและแลคโตส) ถ้ามีกรดที่พบได้ในอาหารอย่างน้ำผลไม้หรือผลไม้สดเข้ามาร่วมด้วยล่ะก็ เคลือบฟันจะยิ่งถูกโจมตีหนักเข้าไปอีก ดังนั้นควรที่จะลดและพยายามหลีกเลี่ยงจะเป็นสิ่งที่ดีค่ะ หรือถ้าไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ควรแปรงฟันให้สะอาดทุกครั้งเพื่อสุขภาพในช่องปากที่ดียิ่งขึ้น

วิธีการป้องกันโรคในช่องปากอย่างได้ผล

ทันตแพทย์ให้ความสนใจกับการป้องกันโรคปริทันต์อักเสบ และยกให้การปกป้องปริทันต์มีความสำคัญเป็นอันดับแรกมาตรการป้องกันโรคปริทันต์สมัยใหม่ส่งผลให้เกิดการป้องกันฟันผุโดยปริยาย เนื่องจากทั้งสองอย่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือ การกำจัดคราบแบคทีเรีย ท้ายที่สุดก็เป็นเหตุผลสำหรับการป้องกันทั้งฟันผุและโรคเหงือกอักเสบซึ่งให้ผลในการป้องกันโรคปริทันต์ด้วย ในการทำความสะอาดฟัน และซอกฟันอย่างถูกวิธีเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาฟันให้อยู่กับเราไปชั่วชีวิต ซึ่งการจะทำเช่นนี้ได้ก็จำเป็นต้องมีแปรงสีฟัน แปรงซอกฟัน และไหมขัดฟัน ฟันผุสามารถรักษาได้ เหงือกอักเสบก็รักษาได้ (ค่อนข้างง่ายด้วยการใช้แปรงซอกฟันและไหมขัดฟัน) แต่สำหรับโรคปริทันต์อะไรก็ไม่ช่วย การดูแลช่องปากที่ดีเป็นที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันได้ โดยเฉพาะการที่การทำความสะอาดกลายเป็นความสนุกได้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่

อีกทั้งการไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่ารอให้มีอาการแล้วค่อยแก้ไข ทันตแพทย์สามารถตรวจพบฟันที่เริ่มผุ หรือปัญหาอื่นที่เราตรวจด้วยตัวเองไม่พบ แล้วรีบรักษาแต่เนิ่นๆ การรักษาจะไม่ยุ่งยาก เสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ความเสียหายต่อฟันและเหงือกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ A-Dent Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญที่มากไปด้วยประสบการณ์คอยดูแลและให้คำปรึกษาคุณค่ะ แล้วพบกันนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *